google-site-verification: google49d119a0868d58ef.html
top of page

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง

🍀โรคภูมิแพ้ผิวหนัง🍀


👼🏻พบบ่อยในเด็กทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

ส่วนใหญ่มีประวัติส่วนตัว หรือประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้เช่น โรคหืด ,โรคภูมิแพ้ทางจมูก,โรคภูมิแพ้ผิวหนังเป็นต้น


🎈สาเหตุยังไม่ทราบชัด กรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อมมีส่วนเกี่ยวข้อง


🎈อาการ

คันมากบริเวณที่เป็นโดยเฉพาะเวลากลางคืน,ผื่นแดงอักเสบ ,ผิวหนังแห้ง กำเริบเป็นระยะๆ

👼🏻ในทารกและเด็กเล็ก ผื่นมักเกิดบริเวณใบหน้าซอกคอและด้านนอกของแขนขา(extensor)

🧑ในเด็กโตและผู้ใหญ่ ผื่นมักเกิดบริเวณข้อพับแขนขา(flexor)

❌ไม่ควรพบรอยโรคบริเวณขาหนีบและรักแร้


🔴เราแบ่งความรุนแรงของโรคเป็น

mild ,moderate ,severe ตาม SCORAD โดยให้คะแนน scoreในแต่ละหัวข้อย่อยดังนี้

1ใช้ body surface area ที่เป็นโรค

2.ความรุนแรงของรอยโรค

3.อาการคันที่รบกวนเด็ก

เอาคะแนนมารวมกัน แล้วแบ่งกลุ่ม

ปัจจุบัน มี App สำเร็จรูปให้ download ได้


การรักษา

✅สารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ควบคู่กับการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและการดูแล


✅ควบคุมอาการคันและการอักเสบเฉียบพลัน

🔅-ยาทา topical steroids ควรใช้ระดับความแรงอ่อน หรือ ปานกลาง ทาวันละ 2 ครั้ง

เมื่อควบคุมอาการได้ควรลดการใช้ยาลง หรือหยุดทายา เป็นช่วงๆ

(ใช้ยาทา steroid ฤทธิ์ต่ำสุดที่สามารถคุมอาการได้)

📍ยาทาsteroidsความแรงต่ำ( mild potency)

เช่น hydrocortisone cream 1-2 % (Hcort) prednicarbate(dermatop)

📍ยาทา moderate potency เช่น 0.02 % triamcinolone cream (0.02 %aristocort)

0.1% triamcinolone cream (0.1%aristocort)

mometasonefuorate cream(elomet cream)


🔅-ยาทา topical immunomodulators เช่น protopic (tacrolimus)

elidel (pimecrolimus)

ยากลุ่มนี้ใช้เป็น second-line therapy ในการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โดยจะช่วยลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้ยาทา

สเตียรอยด์

มีประสิทธิภาพดีและปลอดภัย ช่วยหยุดหรือทำให้โรคสงบได้นานขึ้น และป้องกันการกำเริบได้

เหมาะกับการใช้บริเวณที่ควรหลีกเลี่ยงการทายาสเตียรอยด์ เช่น ใบหน้า ซอกพับ หรือบริเวณอวัยวะเพศ เป็นต้น

การทายาในกลุ่มนี้ควรทาวันละ 2 ครั้งตั้งแต่เริ่มมีอาการ เมื่อผื่นดีขึ้นจึงลดการทาเป็นวันละครั้ง และหยุดใช้เมื่อผื่นหาย


✅การรักษาควบคู่

▫️ในกรณีที่ผื่นกำเริบอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรีย

ควรให้ยาปฎิชีวนะร่วมด้วย

▫️ในกรณีที่มีการติดเชื้อไวรัสก็ให้การรักษา

▫️ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) มีการใช้ในกลุ่มแก้คันที่ทำให้ง่วง (sedating)เช่น hydroxyzine(atarax)

ช่วยให้ผูป่วยหลับได้เวลาอาการกำเริบ

▫️หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และรักษาความเครียด


✅นอกจากนี้มียากลุ่มอื่นเช่นยากินสเตียรอยด์ การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ,การฉายแสง

,การใช้วัคซีนภูมิแพ้ (immunotherapy),ต่างประเทศมีการใช้ monoclonal antibody

จะใช้ในกรณีมีอาการรุนแรง และควรส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง



❤️นอกจากนี้เรายังใช้ยาทาที่กล่าวมา ทั้ง 2 ชนิด ในการคุมอาการโรคในระยะยาว

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเรื้อรัง หรือกลับเป็นซ้ำบ่อยๆ

โดยทาเพื่อป้องกันบริเวณที่เคยมีรอยโรค สัปดาห์ละ 2 ครั้งเรียกว่า proactive therapy


🛁การอาบน้ำเด็ก🛁

-หลีกเลี่ยงสบู่ หรือครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

-ไม่ควรอาบน้ำที่ร้อนเกินไปใช้เวลาอาบ 5-10 นาที

-หลังอาบน้ำให้ซับตัวหมาดๆ แล้วทาสาร เพิ่มความชุ่มชื้นผิวหนัง ภายใน 3 นาที

-อาบโดยไม่ใช้สบู่หริอครีมอาบน้ำก็ไม่แนะนำ เพราะไม่สามารถล้างสิ่งสกปรกออกได้ดีเท่าที่ควร การเลือกครีมอาบน้ำที่ มีค่า PH เหมาะสม

จะช่วยป้องกันการกำเริบและอาการคันของโรคได้


🧴การเลือกสารเพิ่มความชุ่มชื้นผิวหนัง🧴


🧡เป็นขั้นแรกของการรักษาที่มีประสิทธิภาพละช่วยลดการใช้ยาทาเสตียรอยด์

-ไม่ควรมีน้ำหอม ,สารแต่งสี และถ้ามีส่วนผสมของ SLS( sodium lauryl sulfate) เช่น aqueous cream BP แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือแพ้ควรเปลี่ยนชนิด

-มีฤทธิ์ให้ความชุ่มชื้นนาน 2-6 ช.ม.

ใช้สม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง หรือตามความต้องการ

ใช้ปริมาณ250กรัม ต่อสัปดาห์ในเด็ก

และ 500 กรัม ต่อสัปดาห์ในผู้ใหญ่

-ควรทาสารให้ความชุ่มชื้นก่อน จึงทายา ถ้าผิวหนังมีการอักเสบ

แต่ถ้าใช้ยาทาเป็นขี้ผึ้งให้ใช้ยาขี้ผึ้งก่อน

ในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ แต่ถ้าดูในแง่ level of evidence และ strength of recommendation ควรเลือกสารที่ให้ความชุ่มชื้นที่มี LICOCHALCONE A

,CERAMIDE PRECURSOR LIPIDS RHEALBA OAT EXTRACT ,STIMUTEX AX เป็นองค์ประกอบ มีหลายยี่ห้อเช่น Eucerin,Cetaphil,Ezzera เป็นต้น


🧸การดูแลทั่วไป🧸


-หลีกเลี่ยงใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ ทาเหมาะสมคือผ้าฝ้าย

-หลีกเลี่ยง สารก่อให้เกิดภูมิแพ้ และ ตัวกระตุ้น เช่นความร้อน ความเครียด

-หลีกเลี่ยงการเกา


🎀พยากรณ์โรค🎀


📈ผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ของทางเดินหายใจตั้งแต่ร้อย ละ 30-80

📈ร้อยละ 15 ถึง 30 ของผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีอาการของโรคหืดร่วมด้วย

โดยความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นถ้ามีประวัติของโรคภูมิแพ้ในครอบครัว

📎นอกจากนั้นยังพบว่า เด็กที่มีอาการผื่นภูมิแพ้ผิวหนังรุนแรงจะมีโอกาสเกิดโรคหืดมากกว่าเด็กที่มีความรุนแรงของโรคน้อยกว่า

❤️ประมาณ2 ใน3 ของผู้ป่วย อาการจะดีขึ้นภายใน อายุ 5 ปี


Crแนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง

,mayo clinic,AAAAI


ดู 5,862 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

Comentários


bottom of page