google-site-verification: google49d119a0868d58ef.html
top of page

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ FLU VACCINE

เกิดจากเชื้อไวรัสใน Family Orthomyxoviridae


อาการ

มีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดาโดยผู้ป่วย มักมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ หนาวสั่น อ่อนเพลีย คัดจมูก ไอ เจ็บคอ


🤧การแพร่ระบาด

เชื้อไวรัสแพร่กระจายตามอากาศ จากละอองเล็กๆของสิ่งคัดหลั่ง ที่ผู้ป่วย ไอ จาม คุย หรือ การสัมผัสเชื้อโรค ที่อยู่ตาม สิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น โทรศัพท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ห้องน้ำ อุปกรณ์การเรียน ปุ่มลิฟท์โดยสาร แล้วนำมาขยี้ตา ป้ายจมูก และปาก เป็นต้น


ผู้ป่วยสามารถแพร่กระจายเชื้อก่อนเกิดอาการเล็กน้อย ไปจนกระทั่ง 5 วัน หลังเริ่มมีอาการ เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนสายพันธุ์บ่อย ฉะนั้นการที่ผู้ป่วยเคยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์หนึ่งก็จะมีภูมิคุ้มกันโรคต่อสายพันธุ์ นั้นเท่านั้น

(จึงพบว่าผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แล้วก็ติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ตามมาได้ในเวลาต่อมา)


ภาวะแทรกซ้อน

ปอดบวม เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เสียชีวิต หลอดลมอักเสบ หอบหืดกำเริบ หูชั้นกลางอักเสบ เป็นต้น


การรักษา

รักษาตามอาการ

ยาต้านไวรัส Oseltamivir ตามดุลยพินิจของแพทย์

(พบว่า ผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ไข้จะลดลงช้ากว่า ผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เมื่อเริ่มให้ยาต้านไวรัส


ปัจจุบันมียาต้านไวรัสตัวใหม่ชื่อ Baloxivir พบว่าทานเม็ดเดียว สามารถทำให้อาการดีขึ้นเร็วกว่า Oseltaivir (ซึ่งต้องทาน 5 วัน) แต่ยังไม่แพร่หลาย เนื่องจากราคาแพง


การป้องกัน อนามัยส่วนบุคคล การใช้หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธี การล้างมือให้ถูกวิธี จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคได้


วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

1.ต้องฉีดทุกปี นะคะ เพราะสายพันธุ์เปลี่ยนบ่อย

2.ป้องกันโรคได้70-80% แล้วแต่สายพันธุ์ที่ระบาดจะตรงกับสายพันธุ์ที่บรรจุไว้ในวัคซีนหรือไม่

ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจนะคะว่า ทำไมฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แล้วยังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้(เพราะ ถ้าคุณไม่ฉีด อาจป่วยรุนแรงกว่านี้คะ)

3.วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดธรรมดาที่เราเป็นกันบ่อยๆได้นะคะ

และไม่สามารถป้องกันไข้หวัดนกได้ด้วยคะ

4.วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ทั้งชนิด 3 สายพันธุ์ และ ชนิด 4 สายพันธุ์ สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้


กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

1.เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี

2.หญิงมีครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป

3.ผู้ที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป

4.ผู้มีโรคเรื้อรัง

5. ผู้พิการทางสมอง

6.ผู้ที่มีน้ำหนัก>100 กิโลกรัม (โรคอ้วน)

7.ผู้ป่วยธาลัสซีเมีย และภูมิคุ้มกันบกพร่อง(รวมถึง HIV)


🧪ชนิดของวัคซีนไข้หวัดใหญ่

1.ชนิด 3 สายพันธุ์ (ประกอบด้วยวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ A 2 สายพันธุ์ และ B 1สายพันธุ์)


2.ชนิด 4 สายพันธุ์ (ประกอบด้วยวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ A 2 สายพันธุ์ และ B 2 สายพันธุ์)


ปัจจุบันทางคลินิกมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เฉพาะ 4 สายพันธุ์ นะคะ ราคา 600 ฿ และหมอพยายามแนะนำในคนไข้เด็กเกือบทุกคน เพราะจากข้อมูลพบว่า เด็กป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A มากกว่าผู้ใหญ่ 4 เท่า เด็กป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B มากกว่าผู้ใหญ่ 9 เท่า

และพบว่าปัจจุบันมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B มากขึ้น


สำหรับหญิงที่มาฝากครรภ์ที่คลินิกทุกคน จะได้รับคำแนะนำ ให้ฉีด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ เพื่อทำให้หญิงตั้งครรภ์ไม่ป่วยเป็นโรค ซึ่งนำไปสู่ภาวะแท้ง หรือ คลอดก่อนกำหนดและป้องกันทารกไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่หลังคลอด ด้วยคะ


ความปลอดภัยของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ค่อนข้างสูงมาก และปัจจุบันยังสามารถฉีดในคนที่แพ้ไข่ได้แล้วคะ


สมาชิกในครอบครัวของคุณได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่กันหรือยังคะ ด้วยความปรารถนาดีจากคลินิกหมอศิริวรรณคะ


หมายเหตุ : ทีคลินิกมีบริการตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่หลังโพรงจมูก ทราบผลภายใน 15 นาที ราคา500฿คะ






ดู 7 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

Comments


bottom of page