google-site-verification: google49d119a0868d58ef.html
top of page

ปวดศีรษะไมเกรนกับยาคุมกำเนิด


😯ปวดศีรษะไมเกรนกับยาคุมกำเนิด😑


💥ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไมเกรน มากกว่าผู้ชาย 3-4 เท่า

เนื่องจากในช่วงชีวิต มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายหลายครั้ง เช่น ช่วงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ,การตั้งครรภ์ รวมถึงภาวะหมดประจำเดือน


💦แม้จะมีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญว่าการใช้ยาคุมกำเนิดแบบกินจะมีส่วนช่วยในการรักษาไมเกรน ในบางคน


🛑แต่ WHO ห้ามใช้ยาคุมกำเนิดชนิดที่มี ฮอร์โมนเอสโตรเจน ในผู้ป่วยไมเกรนที่มีการเห็นภาพเตือน(aura)ก่อนเกิดอาการปวดศีรษะ ในหญิงอายุมากกว่า 35 ปี

และในหญิงอายุน้อยกว่า 35 ปี ที่เป็นไมเกรนแบบมี aura และมีประวัติ สูบบุหรี่

เนื่องจากเพิ่มความเสียงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ,โรคหัวใจ ,โรคเส้นเลือดดำอุดตัน (deep vein thrombosis)🛑


แต่มีข้อถกเถียงกันในแวดวงวิชาการเนื่องจาก WHO ได้อ้างอิงจากการวิจัย

ที่มีการใช้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับสูงถึง 50-100 ไมโครกรัม

แต่ปกติแล้วระดับฮอร์โมนที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในยาคุมกำเนิดมีฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นส่วนประกอบ

แค่ 20-30 ไมโครกรัม


💝ส่วนวิธีการคุมกำเนิด แบบอื่น เช่นการใส่ห่วง ,การแปะยาคุมที่ผิวหนัง

ก็เป็นวิธีการที่น่าจะใช้ได้


เนื่องจาก WHO พูดถึงในแง่การทานยาคุมกำเนิด

การใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ระดับเอสโตรเจนในกระแสเลือดน่าจะไม่สูงเท่าการกินยาคุมกำเนิด

ฉะนั้นอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองก็น่าจะน้อยลง(รองานวิจัย)


อย่างไรก็ตาม จนกว่าจะมีคำแนะนำใหม่ๆออกมา


✅แพทย์มักจะให้คำแนะนำ สำหรับหญิงที่เป็นไมเกรนที่ต้องการคุมกำเนิด

ให้คุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น หรือใช้ยาคุมที่ไม่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อความปลอดภัย


Cr. American headache society ,American migraine foundation

ดู 5,361 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Opmerkingen


bottom of page